สุขภาพ

Post Views: 160 แค่ “เศร้า” VS “ซึมเศร้า” แตกต่างกันอย่างไร  เราสามารถแยกอาการของคนที่มีอาการเศร้า กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ด้วยการสังเกตอาการความเศร้าปกติ กับโรคซึมเศร้า ด้วยการแยกความแตกต่างของอาการได้ ดังนี้ อารมณ์เศร้าปกติ ความรุนแรง ความเศร้าไม่รุนแรง มีอาการร่วมเพียงไม่กี่อย่าง และเป็นเพียงเล็กน้อย เช่น นอนหลับยาก เสียสมาธิเล็กน้อย ไม่อยากอาหาร แต่น้ำหนักไม่ลด ระยะเวลา มักเป็นอยู่ไม่นาน หรือมีช่วงที่เศร้ามาก ๆ ไม่กี่วัน การทำกิจกรรมที่สำคัญ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติดีพอสมควร แม้คุณภาพจะลดลงไปบ้าง เช่น ไปทำงานได้ รวมถึงการดูแลตัวเอง เช่น อาบน้ำ กินข้าวได้ตามปกติ โรคซึมเศร้า ความรุนแรง ความเศร้ามักอยู่ด้วยเกือบตลอดเวลา เกือบทุกวัน มีอาการร่วมด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ ตัดสินใจไม่ได้ รู้สึกผิดมากเกินควรRead More →

Post Views: 253 5 โรคร้ายที่วัยคุณพ่ออาจเป็นโดยไม่รู้ตัว โรคเบาหวาน อาการเบื้องต้น คุณพ่ออาจจะมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ จากที่เคยเดินเหินไปไหนมาไหนกับลูกนานๆ อาจจะเริ่มไม่ไหว ขอพักบ่อยๆ วิ่ง กระโดด เดินขึ้นบันไดไม่ไหว นอกจากนี้อาจจะน้ำหนักลด แน่นหน้าอก ใจสั่น ตามมาด้วยอาการปวดกระดูก ตาเป็นต้อ มองอะไรลำบากมากขึ้น ซึ่งหากไม่เป็นเบาหวานก็อาจจะเป็นโรคอ้วน หรือไขมันในเลือดสูงได้   ความดันโลหิตสูง อาการเบื้องต้น คุณพ่ออาจจะปวดศีรษะบ่อยๆ หน้ามืด ตาพร่า ซึ่งโรคนี้ถือว่าอันตราย เพราะอาจนำไปสู่อาการเส้นเลือดฝอยในสมองแตก และอาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ สาเหตุมาได้จากหลายปัจจัย ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย และรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ เป็นต้น   โรคหัวใจ เส้นเลือดหัวใจตีบ อาการเบื้องต้น แน่นหน้าอก เจ็บเหมือนโดนบีบอย่างเฉียบพลัน เป็นไข้ ปวดบวมตามข้อ และสมรรถภาพทางเพศลดลง ซึ่งโรคหัวใจอาจเกิดจากความเครียดสะสมRead More →

Post Views: 83 4 โรคตาอันตราย ที่เสี่ยงได้ทุกเพศทุกวัย โรคน้ำวุ้นในตาเสื่อม ธรรมชาติเมื่อเราอายุมากขึ้น น้ำวุ้นตาจะเกิดการละลายกลายเป็นน้ำ บางส่วนอาจจับตัวกันเป็นตะกอน เมื่อแสงส่องผ่านเข้ามาในลูกตากระทบตะกอนนี้จะเกิดเงาบนจอประสาทตา ทำให้เราเห็นคล้ายมีจุด หรือคล้ายแมลงบินไปมา และขยับได้ตามการกลอกตาของเรา ซึ่งภาวะนี้มักไม่มีอันตรายหากไม่มีจอประสาทตาฉีกขาด แต่จะเกิดความรำคาญใจได้ จึงควรตรวจตาเพื่อหาดูว่ามีจอประสาทตาฉีกขาดเป็นรู หรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดจอประสาทตาหลุดลอก โรคจอประสาทตาหลุดลอก เกิดขึ้นเมื่อจอประสาทตาหลุดลอกออกจากเนื้อเยื่อลูกตา จึงทำให้จอประสาทตาไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และหากปล่อยไว้โดยไม่มีการรักษาก็จะส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นในที่สุด อาการนำของโรคนี้ ได้แก่อาการมองเห็นแสงฟ้าแลบคล้ายไฟแฟลชกล้องถ่ายรูป มีสิ่งบดบังในการมองเห็นมองเห็นเหมือนมีอะไรลอยไปมา มองเห็นเป็นจุดหรือใยแมงมุม การมองเห็นมีเงาคล้ายผ้าม่านมาปิด หรือเหมือนน้ำท่วมที่ค่อยๆ สูงขึ้น การมองเห็นเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว เป็นอาการที่รุนแรง และส่งผลต่อการมองเห็นได้ต้องรีบเข้ารับการรักษา โรคกระจกตาย้วย หรือกระจกตาโก่ง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างภายในกระจกตา ทำให้กระจกตาบาง และโก่งออก ส่งผลให้การมองเห็นผิดปกติ มีสายตาสั้น สายตาเอียง ความสามารถในการมองเห็นลดลง โรคนี้มักพบในช่วงผู้ที่อายุน้อย และเชื่อว่าเกิดจากการขยี้ตา โรคมักจะมีอาการรุนแรงที่สุดในช่วง อายุ 20 – 39 ปีRead More →

Post Views: 86 ไม่ควรดื่ม “กาแฟ” เกินวันละกี่แก้ว ไปดูรายละเอียดกันค่ะ หมอเล็ก อ.ดร.นพ.กิติพงศ์ สุนทราภา หัวหน้าหน่วยเภสัชวิทยาภูมิคุ้มกัน ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ Dr.Aki – หมออาคิ อธิบายว่า “จากผลงานวิจัยเชิงสถิติจากมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลียเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาพบว่า การดื่มกาแฟมากกว่า 6 แก้วต่อวันจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลการศึกษานี้จึงชี้ว่า 6 แก้วต่อวันคือปริมาณที่น่าจะเริ่มก่อผลเสียต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือด” อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการศึกษานี้อาจไม่ได้เป็นข้อมูลโดยตรงกับคนไทย 100% “ข้อมูลจากการศึกษานี้ได้มาจากคนยุโรปซึ่งมีสภาพร่างกายแตกต่างจากคนเอเชีย ปริมาณกาแฟที่จะก่อผลเสียในคนเอเชียนี้จึงน่าจะต่างจากนี้ได้บ้าง”   สอดคล้องกับงานวิจัยญี่ปุ่น ไม่ให้ดื่มเกิน 5 แก้ว แม้ว่างานวิจัยดังกล่าวจะเป็นการศึกษากับคนยุโรป แต่ข้อมูลจากรายงานการศึกษานี้สอดคล้องกับผลการศึกษาจากญี่ปุ่น “ค่าตัวเลขนี้ก็สอดคล้องกับผลการศึกษาเชิงสถิติจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่ผ่านมาที่พบว่าการดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 5 แก้วจะช่วยลดอัตราตายจากโรคร้ายแรงต่างๆ โดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าดื่มมากกว่า 5 แก้วต่อวันกลับจะพบผลเสียต่อสุขภาพได้” ดังนั้นจึงอาจสรุปได้คร่าวๆ ว่า ปริมาณกาแฟที่แนะนำ ไม่ควรเกินวันละ 3-4Read More →

Post Views: 226 “สลัด” ทานไม่ถูกวิธีก็อ้วนได้ จริงหรือไม่   น้ำสลัดครีม น้ำสลัดมีให้เลือกทานมากมายมหาศาลนับล้านสูตร แต่น้ำสลัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็หนีไม่พ้น “สลัดครีม” ซึ่งส่วนประกอบของมันมีทั้งมายองเนส ครีมสลัด น้ำมัน น้ำตาล และบางสูตรมีชีสด้วย แน่นอนว่าให้พลังงานสูงกว่าน้ำสลัดอื่นๆ ยิ่งใครที่ชอบราดน้ำสลัดชุ่มๆ ยิ่งแล้วใหญ่ ทางที่ดีเปลี่ยนมาเป็นสลัดน้ำใส น้ำยำ หรือเพียงแค่บีบมะนาว โรยเกลือ และพริกไทยเล็กน้อย ก็อร่อยสุขภาพดีแบบเน้นๆ ได้เหมือนกัน   เครื่องเคียงอย่ามาก ร้านอาหารที่ขายสลัดอาจเสิร์ฟขนมปังปิ้งมาให้ด้วย ซึ่งบนขนมปังอาจมีทั้งเนย และชีสอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้อาจมีเครื่องเคียงอื่นๆ ที่ภายในร้านขาย เช่น ผักโขมอบชีส ไส้กรอกทอด มันฝรั่งทอด และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ใช่ว่าเราไม่ให้ทานเลย แต่กรุณาอดใจไว้ทานสลัดจะดีกว่า เพราะเครื่องเคียงเหล่านี้นอกจากจะเป็นอาหารเพิ่มพลังงานนอกเหนือไปจากสลัดที่เราตั้งใจจะทานแล้ว ยังเพิ่มราคาค่ามื้ออาหารนั้นให้สูงขึ้นไปอีกด้วย   โปรตีนแบบพอดีๆ หลายคนไม่ได้ทานสลัดที่เป็นผักอย่างเดียว เสริมโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และเพื่อความอยู่ท้องเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่เราไม่ขัด แต่ควรจะเป็นโปรตีนที่มีไขมันน้อยRead More →

Post Views: 580 5 สัญญาณบ่งชี้ที่เตือนว่าควร “ออกกำลังกาย” ได้แล้ว ไปดูกันค่ะ 1.โดนทัก เมื่อคนใกล้ตัวเริ่มทักบ่อยๆ เกี่ยวกับขนาดตัวหรืออวัยวะที่สังเกตเห็นง่ายๆ อย่างเช่น แขน ขาหรือหน้าที่ดูเปลี่ยนไป อาจจะดูใหญ่หรือหนาขึ้น หรือแม้แต่คำพูดที่ว่า “อ้วนขึ้นไหม” หรือ “ดูอวบขึ้นนะ” ล้วนเป็นการสื่อให้รู้ว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้วนั่นเอง 2.มักหิวตลอดเวลา เป็นอาการที่กินอาหารแล้วไม่รู้จักอิ่ม รู้สึกเพียงแค่ว่าอยากกินอีกแล้วทั้งๆ ที่เพิ่งกินเข้าไปไม่นานเท่าไรแต่ความหิวก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะว่าอาหารที่ที่กินเข้าไปมีสารอาหารที่ไม่เพียงพอ เมื่อเราตามใจปากเมื่ออยากกินทุกครั้งก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอ้วนในที่สุด ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีเราจึงควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย 3.เสื้อผ้าที่ใส่ประจำเริ่มคับ แม้จะมีคนทักว่าอ้วนเราก็อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่สิ่งที่ตอกย้ำและการันตีให้เราได้อย่างดีคือเสื้อผ้าที่เคยใส่สบายๆ พอดีตัวดันคับและรัดแน่นไปหมด นี่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นเราได้อย่างดีว่าต้องควบคุมอาหารและฟิตร่างกายโดยด่วนก่อนที่จะต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้าให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ 4.นอนหลับยากจากความเครียด สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนไม่หลับซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากความเครียดสามารถช่วยได้ด้วยการออกกำลังกาย เพราะจะทำร่างกายและสมองได้ผ่อนคลายซึ่งจะช่วยทำให้หลับได้ง่ายขึ้น 5.โดนเบียดเบียนจากโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย เมื่อมีน้ำหนักตัวมากขึ้น ไขมันส่วนเกินที่สะสมในร่างกายก็มีมากตามมา จึงนำไปสู่การเจ็บปวดหัวเข่า สะโพกหรือหลังมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เหนื่อยง่ายและเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ความดันและเบาหวานด้วยค่ะ ดังนั้นการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายควบคู่จะช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักและสร้างสุขภาพที่ดีรวมทั้งช่วยเสริมสร้างความงามให้ผิวพรรณเราด้วยค่ะRead More →

Post Views: 305 ออกกำลังกายก่อน-หลัง “อาหารเช้า” แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน ใครที่ชอบออกกำลังกายตอนเช้า อาจเคยสงสัยว่าควรกินอาหารก่อนหรือหลังไปวิ่ง หรือเล่นฟิตเนส ผู้ที่เชื่อว่าไม่ควรไปออกกำลังขณะท้องว่างคิดว่าถ้ากินอาหารไปบ้างจะทำให้ร่างกายมีแรงเล่นได้หนักและนานขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่เชื่อว่าควรกินอาหารหลังจากการออกกำลังกาย มั่นใจว่าจะสามารถเผาผลาญไขมันได้ดีกว่าสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ผลการวิจัยต่อกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กที่อังกฤษ ชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการออกกำลังกายก่อนกินอาหารเช้า การวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญแห่งมหาวิทยาลัย Bath ที่อังกฤษ มุ่งศึกษาผลการออกกำลังกายโดยกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชายที่น้ำหนักตัวเกินขนาด 30 ราย เป็นเวลา 6 สัปดาห์ นักวิจัยพบว่า แม้ว่าการออกกำลังกายขณะท้องว่างไม่จำเป็นที่จะทำให้น้ำหนักลดลงมากกว่าการกินอาหารไปก่อน แต่การออกกำลังกายก่อนอาหารเช้ามีผลดีต่อการทำงานของร่างมากกว่า ในเรื่องการตอบสนองสารอินซูลินโดยกล้ามเนื้อ นั่นหมายถึงการช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจ ร.ศ. Javier Gonzales แห่งมหาวิทยาลัย Bath กล่าวในรายงานว่า กลุ่มทดลองที่ไม่กินอาหารเช้าก่อนออกกำลังกาย สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองต่ออินุซูลินในร่างกาย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะทั้งสองกลุ่ม ลดน้ำหนักได้เท่าๆ กัน และสร้างความเเข็งแรงต่อกล้ามเนื้อได้เท่าๆ กัน ซีเอ็นเอ็นอ้างคำเเนะนำจากสมาคมสเก็ตลีลา หรือ Figure Skating ของสหรัฐฯ เรื่องการป้องกันปัญหาต่อกล้ามเนื้อRead More →

Post Views: 156 จากข้อมูลของ พญ.รุ่งทิพย์ ด่านศิริกุล แพทย์ผู้ชำนาญด้านเบาหวาน และหนังสือเรื่องกลุ่มโรค NCDs โรคที่คุณหยุดมันได้เอง บอกถึงเทคนิคในการลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานเอาไว้ ดังนี้ 8 เทคนิคง่าย ๆ ช่วยลดเสี่ยง “เบาหวาน” จำกัดปริมาณน้ำตาลที่กินในแต่ละวัน โดยไม่ให้เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน นับได้คร่าว ๆ จากจำนวนน้ำตาลที่ใส่ลงไปในเครื่องดื่ม อาหารต่าง ๆ เลือกรับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ เช่น ฝรั่ง มะละกอ ส้ม มะม่วงดิบ ส้มโอ แอปเปิ้ลเขียว เป็นต้น ลดเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ น้ำอัดลม และขนมหวานอื่น ๆ โดยค่อย ๆ ลดจำนวนลงจนเหลือเพียงอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น เลือกกินคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี จะมีกากใยสูง เช่น ข้าวซ้อมมือRead More →

Post Views: 277 อาหารคลีนในเเบบที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าต้องกินแบบที่ปรุงอาหารน้อย ๆ ลดการใช้น้ำมันหมู น้ำมันปาล์มในการปรุงอาหาร เลือกกินโปรตีนไขมันต่ำ และเปลี่ยนมากินผักผลไม้ให้มากขึ้นแล้ว ยังมีวิธีกินอาหารเพื่อสุขภาพแบบที่ชาวตะวันตกนิยมกันมาช้านาน เพราะพิสูจน์ว่าช่วยลดความเสี่ยงโรคอันตรายได้มากมาย นั่นคือ การกินแบบ “เมดิเตอร์เรเนียน” การกินแบบ “เมดิเตอร์เรเนียน” ดีอย่างไร ? มีรายงานวิจัยพบว่า ผู้ที่อยู่ในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน เช่น สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ ตุรกี โมรอคโค พบอัตราผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือดต่าง ๆ น้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ในแถบยุโรปด้วยกัน โดยมีตัวแปรสำคัญมาจากอาหารที่กินในแต่ละวัน นั่นคือการกินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนนั่นเอง การกินแบบ “เมดิเตอร์เรเนียน” กินอย่างไร ? หลัก ๆ แล้ว การกินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ทำได้โดยเลือกกินอาหารเหล่านี้ กินผัก ผลไม้ ธัญพืช และไขมันที่ดีต่อสุขภาพทุกวัน กินโปรตีนจากเนื้อปลา สัตว์ปีกRead More →

Post Views: 217 “การใช้ยา และ สมุนไพร” สำหรับผู้สูงวัย ควรใช้อย่างไรจึงจะดี และปลอดภัย ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาในผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้น การทํางานของไตจะลดลง ทําให้มีโอกาสที่ยาจะสะสมในร่างกายสูงขึ้น การที่ประสิทธิภาพของตับลดลง ทําให้มีระดับยาในเลือดสูงจนอาจเกิดอันตรายได้ เมื่ออัลบูมินซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในเลือด ทําหน้าที่เป็นพาหนะขนส่ง ยาลดลงจะทําให้ยาอยู่ในรูปอิสระมากขึ้น ส่งผลให้ยาออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น ผู้สูงอายุมักจะมีความไวต่อยาที่ออกฤทธิ์บริเวณระบบประสาทส่วนกลาง รวมทั้งระบบการทํางานของหลอดเลือดและหัวใจ ทําให้เกิดอาการข้างเคียงของยาเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุอาจจะมีอาการหลงลืมได้ง่าย อาจเกิดปัญหาการใช้ยาไม่ครบตามที่กําหนด หรือการใช้ยาซ้ำซ้อน น้ำหนักผู้สูงอายุจําเป็นต้องพิจารณาขนาดยาให้เหมาะสม เพราะยาที่ละลายได้ดีในไขมัน เมื่อให้แก่ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ยาจะไปอยู่ตามเนื้อเยื่อไขมัน ทําให้ระดับยาในเลือดต่ำกว่าที่ต้องการ ดังนั้นอาจต้องให้ยาในขนาดที่สูงกว่าคนรูปร่างปกติ ผู้สูงอายุมักเป็นหลายโรค จะได้รับยาหลายขนานที่อาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันของยาเพิ่มขึ้น   ข้อควรปฏิบัติในการใช้ยาของผู้สูงอายุ แจ้งให้แพทย์ หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น แจ้งให้ทราบถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนยา เพื่อแพทย์ หรือเภสัชกรจะได้เลือกชนิดยาที่เหมาะสม ศึกษาเกี่ยวกับยาที่ผู้สูงอายุใช้อยู่เป็นประจํา เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา สอบถามแพทย์ หรือเภสัชกรเกี่ยวกับระยะเวลาการใช้ยาให้ชัดเจน สอบถามแพทย์ หรือเภสัชกรเกี่ยวกับอาหารที่รับกินว่า มีผลต่อการใช้ยาหรือไม่ อย่างไร อ่านฉลากยาRead More →