สาระน่ารู้ (Page 2)

Post Views: 89 จากที่ยูเนสโกประกาศยกให้ “หลวงปู่มั่น” เป็นคนสำคัญของโลกสายสันติภาพแล้ว เราลองมาทำความรู้จักโดยการอ่านประวัติของหลวงปู่มั่นว่าท่านมีความเป็นมาอย่างไร รายละเอียด ดังนี้ หลวงปู่มั่นหรือพระครูวินัยธรมั่น ภูริทตฺโต เป็นพระป่าที่ได้ปฏิบัติตนตามแนวทางคำสอนอย่างเคร่งครัด และยึดถือธุดงควัตรด้วยจริยวัตรปฏิป จนได้รับการยกย่องจากผู้ศรัทธาทั้งหลายว่าเป็นพระผู้เลิศทางธุดงควัตร ท่านวางแนวทางในการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนาตามหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้าให้แก่คนทั่วไปอย่างกว้างขวาง จนมีพระสงฆ์และฆราวาสเป็นลูกศิษย์จำนวนมาก แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักกันดีในนามว่า คำสอนพระป่า (สายพระอาจารย์มั่น) ต้องบอกว่าหลวงปู่มั่นนั้นได้บรรพชาตั้งแต่อายุได้ 15 ปี เป็นสามเณรที่ วัดบ้านคำบง เมื่อบวชได้ 2 ปี บิดาขอร้องให้ลาสิกขาเพื่อช่วยการงานทางบ้าน จิตท่านยังหวนคิดถึงร่มผ้ากาสาวพัสตร์อยู่เนืองนิจ เพราะติดใจในคำสั่งของยายว่า เจ้าต้องบวชให้ยาย เพราะยายก็ได้เลี้ยงเจ้ายากนัก ต่อมาหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโลได้เดินธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่ บ้านคำบง พระอาจารย์มั่นในขณะเป็นฆราวาสจึงเข้าถวายการรับใช้และมีจิตศรัทธาในข้อวัตรปฏิบัติของหลวงปู่เสาร์ ต่อมาได้ถวายตัวเป็นศิษย์ติดตามเดินทางเข้าเมืองอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2436 พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ศึกษาธรรมปฏิบัติ ณ วัดเลียบ จังหวัดอุบลราชธานี และได้ออกจาริกเดินธุดงค์ติดตามหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโตRead More →

Post Views: 85 6 สิ่งที่ควรทำก่อนนอน รับรองนอนหลับสบายได้อย่างเปี่ยมสุข จะมีอะไรบ้างนั้น ไปอ่านกันค่ะ 1.งดเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งแรกที่หลายๆ คนควรเลิกทำก็คือ การเล่นสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน เพราะแสงสีฟ้าที่มาจากอุปกรณ์เหล่านี้จะไปเป็นอุปสรรคที่ทำให้เมลาโทนินไม่สามารถผลิตได้ การนอนหลับก็จะเป็นเรื่องยากกว่าเดิม อีกทั้งในสมาร์ทโฟนหรือเครื่องมือไอทีต่างๆ เองก็ยังมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้เมลาโทนีนหลั่งได้น้อยอีกด้วย 2.แช่น้ำอุ่นก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง การอาบน้ำอุ่นๆ ก่อนจะเข้านอนหรือแช่น้ำอุ่นก่อนนอนราวๆ 2 ชั่วโมง จะทำให้เมลาโทนินทำงานได้ดี หรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะอาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอนสัก 1 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้หลอดเลือดฝอยส่วนปลายคลายตัวลง ทำให้ฮอร์โมนลำเลียงไปที่ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเต็มที่ 3.ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน แม้หลายคนจะคิดว่าแอลกอฮอล์ทำให้นอนหลับสบาย แต่เชื่อเถอะว่า แอลกอฮอล์ไม่ได้มีดีอย่างที่คุณคิด เพราะเมื่อแอลกอฮอล์ย่อยแล้วก็จะทำให้ตับรับภาระมากขึ้น ฮอร์โมนที่จะทำงานยามค่ำคืนก็ลดประสิทธิภาพลง นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ตกค้างในตอนเช้าทำให้มึนอีกด้วย 4.ฟังเพลงเบาๆ มีผลวิจัยบอกออกมาว่าการฟังเพลงที่มีคลื่นความถี่ต่ำจะทำให้เกิดการจดจำ และทำให้เพิ่มการเรียนรู้ ที่สำคัญเพลงที่มีคลื่นความถี่ต่ำก็ยังทำให้คุณนอนหลับได้ดีมากขึ้น ในปัจจุบันนี้การหาเพลงที่มีคลื่นความถี่ต่ำไม่ยากแล้ว แค่คุณกดหาใน Youtube เท่านั้น 5.กินอาหารแคลอรี่ต่ำ อาจจะมีหลายคนที่รู้สึกหิวจนนอนไม่หลับ ดังนั้นก่อนจะนอนสัก 2Read More →

Post Views: 64 จริงหรือไม่? ใส่หมวกนาน ๆ แล้วจะหัวล้าน ไปดูรายละเอียดกันค่ะ สาเหตุของผมร่วง กรรมพันธุ์ ลองถามพ่อแม่ก่อนว่าปกติแล้วผมร่วงมากหรือไม่ ถ้าใช่ แสดงว่าการที่คุณผมร่วงก็อาจมีส่วนมาจากกรรมพันธุ์ได้เหมือนกัน อายุที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าเมื่ออายุมากขึ้น รากผมก็มีความเสื่อมเร็วขึ้น เป็นสาเหตุทีผมร่วงมากขึ้นได้เหมือนกัน นอกจากผมร่วงแล้ว ยังเจอปัญหาผมขาวอีกด้วย ขาดสารอาหาร หากคุณไม่ได้ทานโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ เส้นผมก็จะขาดการบำรุงที่ดี จนหลุดร่วงไปได้เหมือนกัน นอกจากเซรั่มบำรุงหนังศีรษะที่บำรุงหนังศีรษะโดยตรงแล้ว อย่าลืมดูแลรากผมซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วยการทานโปรตีนให้เพียงพอด้วย ผลข้างเคียงของการรักษา อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่า ถ้าใครเข้ารับการรักษาโรคบางอย่าง เช่น การทำคีโมสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลข้างเคียงจากการรักษา ทำให้ผมร่วงได้เหมือนกัน ตั้งครรภ์ ว่ากันว่าเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ลูกน้อยอาจเริ่มดึงสารอาหารในร่างกายของคุณแม่ไปบ้าง คุณแม่จึงต้องทานโปรตีน และแคลเซียมให้มาก หากโปรตีน และแคลเซียมไม่เพียงพอ นอกจากคุณลูกอาจจะมีพัฒนาการได้ไม่เต็มที่แล้ว ตัวคุณแม่เองก็อาจจะมีปัญหาทางสุขภาพอย่างกระดูกเปราะ หรือผมร่วงได้เหมือนกัน ทำรุนแรงกับเส้นผมบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำสีผม กัดสีผมบ่อยๆ หรือแม้กระทั่งการรัดผมรวบตึงเปรี๊ยะ การใช้สารเคมีจัดแต่งทรงผมเป็นประจำ แล้วไม่ทำความสะอาดหนังศีรษะ และเส้นผมให้ดี ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้เหมือนกันRead More →

Post Views: 73 7 สัญญาณอันตราย เมื่อคุณออกกำลังกาย “มากเกินไป” 1. รู้สึกอ่อนเพลีย หมดแรง ไม่กระปรี้กระเปร่า 2. ภูมิคุ้มกันลดลง จากการใช้พลังงานในร่างกายมากเกินไป และพักผ่อนไม่เพียงพอ 3. อารมณ์ไม่แจ่มใส ไม่เบิกบาน เพราะมองว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่จำเป็น “ต้องทำ” และกดดันตัวเองให้ทำ มากกว่าจะมองว่าเป็นการผ่อนคลาย 4. นอนไม่หลับ มีเรื่องให้คิด หรือจิตใจไม่สงบ ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา 5. อารมณ์แปรปรวน ไม่มั่นคง หงุดหงิดงุ่นง่านมากขึ้น 6. ปวดเมื่อย ทรมานไปทั้งตัว หรือเฉพาะส่วนที่ออกกำลังกายอย่างหนัก และส่วนที่สึกหรอหรือบาดเจ็บ ไม่ได้รับการเยียวยารักษา หรือซ่อมแซม 7. กระหายน้ำมากผิดปกติ เหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจเป็นลมหมดสติ   โทษของการออกกำลังกายมากเกินไป 1. ร่างกายมีความผิดปกติ เจริญเติบโตไม่เต็มที่ หรือหยุดการเจริญเติบโต 2. รูปร่างภายนอกดูดีRead More →

Post Views: 93 คันหนังศีรษะ และมีโอกาสติดเชื้อ เมื่อเรานอนหลับในขณะที่ผมเปียก ความชื้นที่อยู่ในเส้นผมสามารถทำให้หนังศีรษะ เกิดการอักเสบและทำให้เกิดอาการคันบนหนังศีรษะได้ และหากเกิดอาการคันมากๆ จนเกาบ่อยๆ ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ และทำให้หนังศีรษะลอกและเป็นแผลได้อีกด้วย ดังนั้นหลังสระผมจึงควรเป่าผมให้แห้งทุกครั้ง เป็นรังแค การนอนตอนผมเปียกจะทำให้หนังศีรษะเกิดความชื้น เมื่อเป็นเช่นนั้นสิ่งที่ตามมาก็คือปัญหารังแค เนื่องจากความชื้นจะไปกระตุ้นต่อมไขมันบนหนังศีรษะ ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากยิ่งขึ้น และเกิดการทำลายความสมดุลของหนังศีรษะ จนเป็นผลทำให้เกิดรังแค ซึ่งสาเหตุมาจากเชื้อราที่เรียกว่าเชื้อยีสต์ ปกติแล้วเชื้อราเหล่านี้จะอาศัยอยู่ที่บริเวณหนังศีรษะของเราอยู่แล้ว โดยอาศัยการกินน้ำมันที่สร้างมาจากต่อมรากผมและต่อมไขมันเป็นอาหาร เมื่อใดที่เชื้อราเหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วผิดปกติ จะทำให้เกิดการสร้างและผลัดเซลล์ผิวที่เร็วกว่าปกติด้วยเช่นเดียวกัน ผมร่วง ถ้าเป็นไปได้ไม่แนะนำให้สระผมในเวลากลางคืน หรือหากมีความจำเป็นก็ต้องเป่าผมให้แห้งก่อน เพราะถ้าสระผมแล้วไม่ไดร์ผม จะทำให้เกิดความชื้นและอาจติดเชื้อรา ซึ่งก็จะทำให้รูขุมขนอุดตันและเป็นรังแค อีกทั้งยังทำให้เส้นผมอ่อนแอ และมีโอกาสทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายด้วย เป็นหวัด และมีอาการปวดหัว หากสระผมตอนกลางคืนแล้วไม่ไดร์ผมให้แห้งก่อน และถ้านอนในห้องที่มีการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศด้วย ก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเป็นหวัดได้ง่าย อีกทั้งการนอนหลับในขณะที่ผมเปียก ยังสามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ เนื่องจากในระหว่างที่เรานอนหลับนั้น ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น เมื่อเจอกับผมในขณะเปียกซึ่งมีอุณหภูมิต่ำ สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้นั่นเอง   ขอขอบคุณข้อมูลจาก iStockRead More →

Post Views: 96 “คีโตเจนิค” ใครควรกิน-ไม่ควรกิน การกินอาหารแบบ “คีโตเจนิค” มีความเกี่ยวพันธุ์กับระดับน้ำตาลในเลือด เพราะการกินคีโตเจนิคคือการกินอาหารโดยหลีกเลี่ยงแป้ง และน้ำตาล (คาร์โบไฮเดรต) โดยกินไขมันทดแทน เพื่อให้ร่างกายรู้สึกว่าอดอาหาร จึงไปสลายไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยไขมันที่ถูกสลายไป เรียกว่า “คีโตน” ประโยชน์ของ คีโตเจนิค รศ. พญ. ธนินี สหกิจรุ่งเรือง จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ให้ข้อมูลว่า คุณสมบัติของอาหารคีโต มีดังนี้ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิตได้ในผู้ที่เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 1 ปีแรก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากน้ำหนักตัวที่ลดลงได้ในระยะแรก ช่วยลดระดับอินซูลิน   ผู้ที่สามารถกินคีโตเจนิคได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คนทั่วไปที่ต้องการลดน้ำหนัก ผู้ที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวที่ต้องระมัดระวัง เช่น โรคตับ โรคไต ฯลฯ   ผู้ที่ไม่สมควรกินคีโตเจนิค ผู้ป่วยเบาหวานที่กำลังกินยาลดระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ เนื่องจากมีโอกาสเกิดปัญหาระดับน้ำตาลต่ำได้มากขึ้น ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ต้องรับอินซูลินRead More →

Post Views: 281 ไข้หวัด (Common Cold) โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น จมูก คอ ไซนัส และกล่องเสียง โดยเชื้อที่ก่อให้เกิดไข้หวัดมักเป็นเชื้อไวรัสชนิดไม่รุนแรง และสามารถหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ การรักษาไข้หวัดทำได้ด้วยการใช้ยา ควบคู่กับการนอนพักผ่อน และดื่มน้ำมาก ๆ โหราเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนก็ไม่อยากจะเป็นหวัดกันใช่มั้ยค่ะ งั้นเราลองมาดูกันดีกว่าว่าเจ้าวิตามินซีจะช่วยลดการเป็นหวัดจริงหรือไม่  วิตามินซี คืออะไร วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและเป็นวิตามินที่สำคัญ ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพดี โดยวิตามินซีจะช่วยรักษากระดูก กล้ามเนื้อ และหลอดเลือดให้แข็งแรง รวมถึงช่วยสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กด้วย แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ ผักและผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม และผลไม้รสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังสามารถได้รับวิตามินซีจากอาหารเสริมด้วย   วิตามินซี ช่วยป้องกันหวัดได้หรือไม่ วิตามินซี ได้รับการศึกษาเป็นระยะเวลาหลายปีว่า มีคุณสมบัติในการรักษาหวัด หรือช่วยป้องกันหวัดได้หรือเปล่า แต่ผลการศึกษาพบว่าข้อมูลยังไม่แน่ชัด เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า วิตามินซีมีประโยชน์ต่อการป้องกันและรักษาหวัดเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ งานวิจัยในปี 2007Read More →

Post Views: 71 โรคติดเกม = เสพติดเกมเหมือนยาเสพติด นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรคติดเกม คือ โรคที่เกิดจากพฤติกรรมเสพติดในทางสมองมีลักษณะคล้ายกับติดสารเสพติด เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาสมอง พัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็ก ส่วนใหญ่จะติดจากการเล่นเกมผ่านอินเทอร์เน็ต อาการของโรคติดเกม อาการสำคัญของโรคติดเกม มีดังนี้ ใช้เวลาเล่นนานเกินไป ขาดการควบคุมตนเองในการใช้ชีวิตปกติ เช่น การกิน การนอน เสียหน้าที่ การเรียน และการงาน ดังนั้น ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ซึ่งง่ายกว่าการแก้ไขภายหลัง   ข้อตกลง 3 ข้อ ก่อนปล่อยให้ลูกเล่นเกม นายแพทย์เกียรติภูมิ แนะพ่อแม่ผู้ปกครองควรทำข้อตกลง 3 ประการก่อนให้ลูกเริ่มเล่นเกม ดังนี้ เวลา ควรแบ่งเวลาให้ลูกเล่นเกมอย่างเหมาะสม กำหนดระยะเวลาในการเล่นเกมวันละ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน และไม่ควรให้เล่นเกมในเวลาเรียน หรือเล่นในช่วงเวลากลางคืน เนื้อหาRead More →

Post Views: 74 เลี้ยงสุนัข… อายุยืนจริงหรือไม่ รายงานการวิจัยจาก University of Toronto ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Circulation ของสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน ที่เผยแพร่ในวันอังคาร ชี้ว่า การเลี้ยงสุนัขสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ราว 24% โดยเฉลี่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดเลี้ยงสมองอุดตัน (Stroke) ที่สามารถลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตได้ถึง 31% รายงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่สำรวจชาวสวีเดนกว่า 300,000 คน บ่งชี้เช่นกันว่า คนที่อาศัยอยู่คนเดียวแต่เลี้ยงสุนัข และเคยมีอาการหัวใจล้มเหลว มีโอกาสเสียชีวิตลดลง 33% เทียบกับคนที่ไม่เลี้ยงสุนัข ในขณะที่ผู้เลี้ยงสุนัขที่อาศัยอยู่คนเดียว และเคยมีอาการสโตรค มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตน้อยลง 27% องค์การอนามัยโลก ระบุว่าโรคหัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดเลี้ยงสมองอุดตัน เป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของการเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บทั่วโลก ผช.ศ.โทฟ ฟอลล์ แห่งภาควิชาระบาดวิทยา มหาวิทยาลัย Uppsala ในสวีเดน ผู้จัดทำรายงานชิ้นนี้ ชี้ว่า ความเหงาและความแปลกแยกจากสังคม คือสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ช่วยยืนยันว่าการมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้าน สามารถช่วยคลายความเหงาเปล่าเปลี่ยวเช่นเดียวกับรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯRead More →

Post Views: 101 1. ดื่มน้ำเปล่า อาการแฮงค์หรือเมาค้างเกิดจากการที่เราดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ดังนั้นการดื่มน้ำทดแทนจึงทำให้อาการเมาค้างหายหรือเบาลงได้แต่ถ้าคุณไม่อยากตื่นมาเมาค้าง ระหว่างดื่มก็ให้ดื่มน้ำไปด้วยเรื่อย ๆ แบบนี้ก็ช่วยได้เหมือนกันครับ 2. ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ บางทีการดื่มน้ำเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอ คุณต้องการ “เครื่องดื่มเกลือแร่” เช่น สปอรต์ดริงค์ น้ำมะพร้าว เพื่อทดแทนเกลือและโพแทสเซียมที่ร่างกายคุณเสียไป แต่ควรดื่มไปควบคู่กับการดื่มน้ำเปล่านะครับ 3. น้ำตาลช่วยให้ไม่แฮง คนส่วนมากจะเข้าใจผิดว่าการกินน้ำตาลทำให้เมายิ่งขึ้น แต่มีผลการศึกษาออกมาว่า น้ำตาลฟรุกโตสช่วยให้ร่างกายขับแอลกอฮอล์ได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้คุณมีอาการเมาค้างน้อยลงหรืออาจไม่มีเลย เคล็ดลับก็คือ ระหว่างดื่มแอลกอฮอล์นั้น ให้เราดื่มน้ำหวานจำพวกน้ำส้ม หรือทานผลไม้ที่มีรสหวานไปพร้อมกันด้วยนะครับ 4. ทานอาหารเช้าช่วยได้ แน่นอนว่าอาการเมาค้างจะมาพร้อมอาการอ่อนเพลียของร่างกาย ซึ่งการทานอาหารเช้าจะช่วยเพิ่มพลังงานและแคลลอรี่ให้ร่างกาย แต่ถ้าเมาค้างหนักๆ แนะนำให้เลือกทานโจ๊ก ข้าวต้มร้อน ๆ หรืออาหารที่ทานง่ายก็ได้นะครับ 5. ดื่มกาแฟหรือชา เพราะกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มกาแฟอีนอื่นๆ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ฟื้นคืนจากอาการเมาค้างได้ นอกจากนั้นกาแฟ ชาดำ ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้ร่างกายขับแอลกอฮอล์ได้ดียิ่งขึ้นด้วย 6.Read More →